โครงการ

2007-09-21 15:05:00
 
 

โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          (Project)

        การดำเนินงานโครงการได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการต่างๆ โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์  และเงินที่องค์

           การ และเอกชนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล     ต่อมาเนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญ

           พระชนมายุครบ ๓ รอบเมื่อปี ๒๕๓๔ คณะผู้ร่วมดำเนินโครงการ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนประชนทั่วไปได้

           ร่วมกันถวายเงินจัดตั้ง กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)ขึ้น

    

           คณะทำงานที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์คือ    กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

           สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมการศึกษานอกโรงเรียน กรมอาชีวศึกษา สภาสถาบันราชภัฏ

           กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมอนามัย        โดยใช้งบประมาณปีละ

           ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท

 

           การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า ๒๗ ปี แบ่งเป็น ๓ ระยะ โดยผลลัพธ์การพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดแผน

           ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐ - ๒๕๔๔)  มีจำนวนเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งหมด ๗๘,๓๗๑ คน  และพื้นที่ดำเนินการ

           ทั้งหมด ๔๗๙ แห่ง ซึ่งแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๔๙)   

           ยังคงยึดเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ที่เน้นวิธีพัฒนาด้วยการศึกษา การพัฒนาแบบองค์รวม ขยายมุมมอง

           การพัฒนา      และปรับแผนให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนที่มีความหลากหลาย         เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่น

           ทุรกันดารได้รับโอกาสเท่าเทียมผู้อื่น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกระดับ

 

           ๑. โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

               ในเริ่มแรกทรงทดลองทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันขึ้นในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนก่อน      โดยต้อง

               การให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการตลอดช่วงการศึกษาโดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่

               ผลิตขึ้นเองในโรงเรียนมาประกอบอาหาร  กิจกรรมที่เด็กๆ ทำได้แก่

               ๑.๑  การเลี้ยงสัตว์

          เด็กจะเลี้ยงสัตว์ประเภทต่างๆ ในโรงเรียน เช่น สุกร โค ไก่ เป็ด แพะ กบ จิ้งหรีด โดยเฉพาะปลาได้ผลมาก มีทั้งปลา

               ในบ่อดิน ในหนอง ในบึง ปลาในกระชัง ในบ่อซีเมนต์ บ่อพลาสติก ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการแก้ไข

               ปัญหาต่างๆ เช่น บ่อเลี้ยงปลาเก็บน้ำไม่ได้ น้ำแห้ง  หรือฤดูฝนมีน้ำฤดูแล้งไม่มีน้ำ  หรือโรงเรียนบางแห่งตั้งอยู่ในที่

               หนาวเย็น เมื่อปลากระทบหนาวกินอาหารไม่ได้ผอมซีดไม่เติบโต   กรมประมงก็แนะนำให้ใช้พลาสติกคลุมบ่อเพื่อ

               เพิ่มอุณหภูมิ  หรือทดลองหาพันธุ์ปลาที่ทนความเย็นมาเลี้ยงแทน เช่น ปลาจีน เป็นต้น 

               การเลี้ยงเป็ดไก่และไข่ไก่ ถือเป็นหมวดสัตว์ที่มีผลิตผลมากที่สุด ทั้งเด็กและครูได้เรียนรู้ร่วมกันเมื่อเกิดไข้หวัดนก

               ระบาดในประเทศไทย โรงเรียนต้องปรับปรุงเล้าไก่ให้ถูกต้องตามหลักราชการ คือไม่ให้นกจรจัดร่อนเร่เข้าไปหรือ

               ถ่ายมูลลงไป ผู้ที่จะเข้าเล้าต้องสวมเสื้อคลุม ใส่รองเท้าบู๊ทเหยียบน้ำยาฆ่าเชื้อก่อน หรือระงับการเลี้ยงไก่รุ่นใหม่ไป

               ก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย

               ๑.๒  การสร้างยุวเกษตรกรในโรงเรียน

               การสร้างนิสัยเด็กและเยาวชนให้มีจิตใจรักการเกษตรคือรักการสร้างสรรค์ โดยลงมือปลูกต้นไม้เองตั้งแต่อายุน้อยๆ  

               เป็นที่มาของคำว่า ยุวเกษตรกร และที่เติมคำว่าในโรงเรียน เพราะเป็นกิจกรรมที่มีในโรงเรียนมากว่าครึ่งศตวรรษ

               แล้วในประเทศไทย  ส่วนมากเน้นกลุ่มเยาวชนที่ออกจากโรงเรียนไปประกอบอาชีพการเกษตร  เหมือนกลุ่มแม่บ้าน

           เกษตรกร โดยกลุ่มยุวเกษตรกรหมายถึงคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยรุ่น มีเรี่ยวแรงมีหัวคิดก้าวหน้ามารวมตัวกันทำกิจกรรม

           การเกษตร มีคนช่วยแนะแนว  แล้วยังได้นำกิจกรรมลงไปถึงเด็กเล็กในโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาด้วย

               โดยฝึกให้เด็กปลูกผัก สำหรับคนที่ไม่ยอมกินผัก เป็นการสร้างแรงจูงใจ ปลูกเอง กินเองในที่สุด  ข้อดีของยุวเกษตร

               ในโรงเรียนคือทำได้ง่ายกว่ายุวเกษตรกรนอกโรงเรียน เพราะรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว  แต่ข้อด้อยคือสมาชิกเป็นเด็กสอน

               เทคนิคที่ยากซับซ้อนไม่ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ส่งเสริมคู่กันไปอีกอย่างหนึ่งคือนิสัยในการศึกษานอกโรงเรียน   การ

               ขวนขวายใฝ่รู้ อ่านเอกสารของกรมส่งเสริมการเกษตร    ไปถึงการรู้จักจัดเก็บเอกสารไว้ในห้องสมุดประชาชนเพื่อ

               ผู้สนใจศึกษาได้ด้วยตนเอง

               ๑.๓  การทดลองปลูกพืชใหม่ๆ

               มีการนำพืชผลเมืองหนาวมาทดลองปลูกหรือปลูกพืชพื้นเมืองโดยเอาพันธุ์ดีมาต่อ    ซึ่งหลักการสอนในโรงเรียนคือ

               สอนเทคนิค เช่น   พื้นที่ปลูกยางก็สอนเรื่องยาง ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการทำยางแผ่น  ส่วนไม้ประดับที่เป็นรายได้

               ก็สอนให้ขยายพันธุ์ ผสมพันธุ์ การนำไปขาย     สำหรับโรงเรียนที่มีพื้นที่มากก็สอนให้ปลูกข้าว สีข้าว เกี่ยวข้าว  จน

           ถึงหุงข้าว พื้นที่ตั้งของโรงเรียนบางแห่งอยู่ไกลมีข้าวไม่พอบริโภค ก็อาศัยทดลองในกลุ่มศิษย์เก่าก่อนโดยทำนาปลัง

               คือทำนาฤดูแล้ง หรือทดลองวิธีใหม่ๆ  เช่น ปลูกข้าวสลับกับถั่วเพื่อเพิ่มผลผลิต  ระหว่างที่ผลิตไม่ได้ข้าวไม่พอกินก็

               เอาข้าวคลุกปนกับกล้วยให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น เป็นต้น

              ๑.๔  การจัดการศัตรูพืช

           วิธีทำการเกษตรแต่เดิมต้องใช้ยาฆ่าแมลงซึ่งมีราคาแพงและส่งผลร้ายต่อร่างกาย       จึงแก้ปัญหาโดยใช้ระบบจัดการ

               ศัตรูพืช เช่น ดักแมลงด้วยถุงสีเหลืองทากาวเหนียว ปลูกผักกางมุ้ง ใช้ศัตรูธรรมชาติกำจัดแมลง สารชีวภาพของกรม

               พัฒนาที่ดิน ทำปุ๋ยชีวภาพ ยาไล่แมลง ยาดับกลิ่น เช่น สะเดา เป็นต้น

               ๑.๕  การเพาะเห็ดและเนื้อเยื่อ

           ได้สอนเทคนิคต่างๆ ให้แก่เด็ก ตั้งแต่บรรจุวัสดุปลูกลงในถุงพลาสติก การนึ่งถุง เขี่ยเชื้อเห็ด และการดูแลรักษา ส่วน

               ใหญ่เป็นเห็ดนางฟ้า นางลม บางแห่งก็เพาะเห็ดหอม เห็ดฟาง เป็นต้น  

              ๑.๖  การจัดการผลผลิต

           เมื่อได้ผลผลิตแล้ว     ครูหรือนักโภชนาการจะนำเข้าโรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียนโดยผ่านสหกรณ์โรงเรียน        

               บางครั้งชาวบ้านขาดแคลนอาหาร โรงเรียนยังมีผลผลิตมากพอขายให้ชาวบ้านผ่านสหกรณ์ได้ด้วย    หรือแม้แต่ยาม

               เกิดภัยธรรมชาติ อาหารที่ทำไว้ก็ใช้ประทังชีวิตได้ในกรณีที่ออกไปหาซื้อของภายนอกบ้านไม่ได้

              ๑.๗  การประกอบอาหารกลางวัน

            มีการกำหนดปริมาณอาหารที่แต่ละคนบริโภคตามหลักโภชนาการเพื่อให้ได้รับคุณค่าครบถ้วน และสิ่งสำคัญที่เน้น

               อีกประการหนึ่งคือ สุขาภิบาลอาหาร ต้องอาหารสะอาดและปลอดภัย ครูต้องคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ประกอบ

               อาหารกลางวันให้ได้มาตรฐานโดยมีกองทุนสนับสนุน และเจ้าหน้าที่เคหะกิจการจากกรมส่งเสริมการเกษตรรวมทั้ง

               แม่บ้านซึ่งเป็นผู้ปกครองและเป็นศิษย์เก่าจะผลัดกันทำอาหาร  คิดรายการอาหาร  เด็กเหล่านี้ก็จะเข้าใจถึงประโยชน์

               ของอาหารและสุขภาพอนามัย สามารถนำหลักการไปใช้ในครัวเรือนและชุมชน  ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

              ๑.๘  การติดตามภาวะโภชนาการ

           วิธีติดตามภาวะโภชนาการแต่เดิมทำโดยการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงของเด็กในแต่ละช่วงอายุเปรียบเทียบกับค่ามาตร-

               ฐานกระทรวงสาธารณสุข   โดยครูทำหน้าที่วัด คำนวณ และกรอกรายงานตามเกณฑ์อายุ   และแบ่งกลุ่มเป็นเด็กเล็ก

               และเด็กประถม แต่ละโรงเรียนจะส่งรายงานตามจำนวนนักเรียนทั้งหมด   เพื่อแก้ไขถ้าน้ำหนักน้อย  รวมทั้งส่วนสูง

               ด้วย  เพราะเด็กที่ขาดอาหารสะสมเป็นเวลานานจะเตี้ย  ซึ่งการบำรุงน้ำหนักเป็นเรื่องทำได้ง่าย แต่การแก้ไขส่วนสูง

               ทำได้ยากกว่า และพบว่าปัญหานี้ลดลงมากในปัจจุบัน รวมทั้ง กรณีกรรมพันธุ์คือพ่อตัวเล็กแม่ตัวเล็ก ก็มีทางแก้ไข

               โดยนำผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์การกีฬามาแนะนำวิธีออกกำลังกายที่ถูกต้อง เป็นต้น

 

        ๒. โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน

           ในท้องที่ห่างไกลทุรกันดารมีผู้ที่มีก้อนเนื้อโตที่คอ หรือ คอพอก มากในแทบทุกหมู่บ้าน พบว่าขาดสารไอโอดีน จึง

               พยายามแก้ไขโดยนำผู้มีความรู้มาสอนวิธีตรวจคอพอกร่วมกับเจ้าหน้าที่อนามัย เมื่อพบก็ใช้ไอโอดีนเติมลงในเกลือ 

               ต่อมาก็นำมาผสมน้ำหยดให้เด็กดื่ม เมื่อวิธีตรวจละเอียดขึ้นก็พบว่า คนที่มีปัญหาไอโอดีนต่ำกว่ามาตรฐานมีจำนวน

               มากกว่าที่คิด แต่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีช่วยเหลือที่ดีกว่านี้ 

 

               นอกจากนี้ก็ยังมีโรคต่างๆ ที่ต้องดูแลด้วย เช่น ท้องร่วง หวัด มาลาเรีย และหนอนพยาธิ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียน

               การสอนเพราะเป็นทั้งครูทั้งนักเรียน แนวทางแก้ไขคือ อบรมครูให้ตรวจเลือดและช่วยรักษาเบื้องต้นได้  ส่งเสริมให้

               ชาวบ้านนอนมุ้งชุบสารไล่ยุงชนิดตัวยาไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ใช้มุ้งกรุหน้าต่างประตู จัดให้นักเรียนเรียน

               เรื่องมาลาเรีย ทำหนังสือภาพร่วมกับวิชาอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือทำโครงงานวิทยาศาสตร์

               โดยเด็กๆ แต่งหนังสือเรื่องโรคมาลาเรีย นำเสนอหน้าชั้นเรียน

               

               การควบคุมโรคหนอนพยาธิก็เป็นอีกสิ่งที่พบในประเทศไทย    พยาธิมีหลายชื่อ หลายพันธ์ หลายลักษณะ  บางคนมี

               พยาธิหลายชนิดในตัวก็ใช้วิธีถ่ายยา พยายามให้ครอบคลุมมากที่สุด ถ่ายเฉพาะนักเรียนไม่พอ ต้องถ่ายพ่อถ่ายแม่และ

               ผู้คนรอบข้างด้วย ตลอดจนแนะนำสุขนิสัยให้ทุกคนสวมรองเท้า ล้างมือ อาหารต้องสุก เป็นต้น จึงนับว่าดีขึ้นมาก

 

          ๓. โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก

           เพื่อส่งเสริมหญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กทารกแรกเกิดจนถึงอายุ ๓ ปีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับบริการที่

               เหมาะสม  ได้รับความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ  เพื่อช่วยให้แม่มีสุขภาพอนามัยดี   เด็กเกิดมีชีวิตรอด  มีการเจริญ

           เติบโตและพัฒนาการได้เต็มศักยภาพ          จึงมีการเฝ้าระวังโรคโลหิตจางในหญิงมีครรภ์และที่จะสืบทอดถึงเด็กเล็ก

               สำหรับการถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนหญิงซึ่งจะเป็นแม่ในอนาคต        มีหลักสูตรการดูแลสุขภาพตนเองและคนใน

           ครอบครัว ตรงกับที่องค์การยูนิเซฟระบุว่าต้องดูแลตั้งแต่หญิงมีครรภ์อ่อน ๒ - ๓ เดือน  แต่ในความเป็นจริงบางครั้ง

              ก็ไม่รู้ว่าใครตั้งครรภ์ แม้แต่หญิงเองก็ไม่รู้ว่าตัวตั้งครรภ์  จึงมีการสอนตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนถึงวิธีดูแลสุขภาพในทุกๆ

              ขั้นตอน แม้ว่าจะต้องสอนกันตั้งแต่ชั้นประถมก็ตาม

              นอกจากนี้ยังมีหน่วยแพทย์พระราชทาน โดยแพทย์อาสาสมัครมาจากหลายโรงพยาบาล หรือจากมหาวิทยาลัยหลาย

              แห่ง จากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ได้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือในพื้นที่  

              หรือบางคนต้องการความช่วยเหลือพิเศษก็ส่งไปโรงพยาบาล โดยใช้สิทธิส่วนหนึ่งที่รัฐให้  หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

              ก็ขอรับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

          ๔. โครงการส่งเสริมคุณภาพและโอกาสทางการศึกษา

           เพื่อพัฒนาคุณภาพและโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนในโครงการฯ     และเพื่อจัดการศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่

              ขาดโอกาสทางการศึกษา เพราะ คุณภาพทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ สอน แต่ต้องมีคุณภาพและโอกาสทางการศึกษา

              ที่เป็นขบวนการทำให้คนมีความรู้ มีคุณสมบัติต่างๆ ที่ช่วยให้คนนั้นอยู่รอดในโลกได้   ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง

           กับครอบครัวและสังคมส่วนรวม  เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาหมายรวมถึง เด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร เด็กในส่วนที่

              บริการด้านการศึกษาไม่มี เด็กกำพร้า เด็กที่มีร่างกายบกพร่องพิการ แม้แต่เด็กพิการทางสมอง เด็กลูกผู้ลี้ภัย  หรือแม้

              แต่ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ต้องขัง หรือผู้ต้องโทษก็ต้องได้รับโอกาสทางการศึกษา กิจกรรมที่ทำคือ

              ๔.๑ การสร้างโรงเรียน

                    เริ่มจากสำรวจหาหมู่บ้านที่ประชาชนยินดีให้บุตรหลานของตนมีความรู้  แล้วแสดงความจำนงจะสร้างโรงเรียน

                    จากนั้นจะแบ่งงานระหว่างกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยงานของทรวงศึกษาธิการ กรมการศึกษา

                    นอกโรงเรียน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยมีผู้บริจาคเงินสร้างโรงเรียน จัดหาอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์

                    สื่อสาร อุปกรณ์การครัว การเกษตร     ผู้ปกครองนักเรียนจะออกแรงก่อสร้าง  ไม่ใช่เพื่อประหยัดเงินอย่างเดียว

                    แต่เพื่อแสดงว่าชาวบ้านต้องการโรงเรียนจริงๆ ซึ่งรวมทั้งปรับปรุงและต่อเติมอาคารเดิมให้มีที่เรียนเพียงพอและ

                    ปลอดภัย

              ๔.๒ ทุนการศึกษาพระราชทาน

                    โครงการฯ พยายามหาทุนการศึกษาให้นักเรียนมีโอกาสเรียนต่อในระดับสูงขึ้นเท่าที่จะเรียนได้เพื่อพัฒนาตนเอง

                    ให้เป็นคนที่มีคุณภาพ  แต่ก็ไม่สามารถทำให้ศึกษาต่อได้ทุกคน         จึงพยายามเลือกจำนวนหนึ่งเท่าที่มีเงิน โดย

                    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงหารายได้จากการเขียนหนังสือ  และระยะหลังมีผู้บริจาค

                    เพิ่มขึ้น ปัจจุบันช่วยได้ปีละ ๒๐๐ คน ซึ่งได้ช่วยมารวมกว่า ๓,๐๐๐ คนแล้ว มีทั้งนักเรียนระดับมัธยม ปริญญาตรี

                    ปริญญาโท ในหลายสาขาวิชา   ส่วนประเทศที่ส่งนักเรียนไปได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย    โดยมี

                    โครงการส่งไปประเทศอื่นๆ อีก

              ๔.๓ โรงเรียนพระปริยัติธรรม

                    สำหรับเด็กที่จบชั้นประถมศึกษาแล้ว ถ้าพ่อแม่ไม่มีลู่ทางดูแลหรือดูแลได้ไม่ดี ก็ส่งไปเรียนต่อสมณะเพศ  มีพระ

                    เป็นครู มีฆราวาสอาสาสมัครมาเป็นครู สอนวิชาทางศาสนาและวิชาสามัญ  ทำงานในลักษณะเครือข่ายโรงเรียน

                    พระปริยัติธรรม โดยเณรจะมีโอกาสเรียนรู้พุทธศาสนา ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรม ในขณะที่สายสามัญจะมีความรู้

                    คู่คุณธรรม ทันโลก และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการกับเยาวชนวัยเดียวกัน  เช่น เสนอโครงงานวิทยาศาสตร์

                    ในกิจกรรมระดับชาติ

            ๔.๔ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม

                เครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามก็มีในลักษณะเดียวกับโรงเรียนพุทธศาสนา นอกจากการแบ่งการสอนทาง

                     ศาสนาและวิชาสามัญแล้ว ยังจัดให้มีการสอนวิชาการต่างๆ เช่น  อบรมครูด้านคอมพิวเตอร์โปรแกรมต่างๆ เพื่อ

                     ครูไปถ่ายทอดต่อ 

            ๔.๕ ห้องสมุดและสื่อการเรียนการสอน

               ห้องสมุดเป็นหัวใจการเรียนการสอน เป็นสมองของโรงเรียน เป็นที่เก็บหนังสือความรู้ต่างๆ ที่นักเรียนทุกชั้นใช้

                    ประกอบกิจกรรมการเรียน  หรือเพื่อความบันเทิงสนุกสนาน  ครูก็ใช้ค้นคว้าหาความรู้และความบันเทิง  รวมทั้ง

               ศิษย์เก่าและประชาชนก็ใช้ได้  มีการสลับให้ครูและนักเรียนฝึกหัดเป็นบรรณารักษ์  หัดจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่

                    จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน  เช่น  ส่งเสียงตามสาย เผยแพร่ข่าว อ่านหนังสือให้น้องฟัง หรือประกวดห้องสมุดดี

                    เด่นเพื่อเป็นรางวัลและกำลังใจ  บางโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ก็ใช้คอมพิวเตอร์บันทึกทะเบียนหนังสือ     เปิด CAI

               หรือแผ่นซีดีประกอบการสอนวิชาต่างๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์   โดยเฉพาะ

                    วิชาที่หาครูชำนาญยาก ทั้งครูและนักเรียนก็ศึกษาจากสื่อได้ และบางแห่งสามารถสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตได้

            ๔.๖ การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม

                    เพื่อช่วยเหลือเด็กที่อยู่ห่างไกลได้เรียนวิชาต่างๆ โดยตรงจากครูที่มีความชำนาญแต่มีจำนวนน้อย  จึงหาสื่อการ

                    เรียนใหม่ๆ เช่นการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม โดยเด็กและครูจะได้มีโอกาสเรียนรู้พร้อมกันและครูยังได้เรียน

                    รู้วิธีสอนแบบใหม่ที่ทำให้ชั้นเรียนสนุกสนาน

            ๔.๗ การสอนคอมพิวเตอร์และวิทยาศาสตร์

                    ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ ยังมีคอมพิวเตอร์น้อย    ครูก็พยายามใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์สอดคล้องกับวิชาที่

                    สอน เช่น พิมพ์เอกสาร ทำบัญชี ค้นคว้าความรู้สมัยปัจจุบัน  แต่ปัญหาคือคอมพิวเตอร์ใช้เครื่องมือกำเนิดไฟฟ้า

                    มาก ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตไฟฟ้าไปไม่ถึง จึงต้องใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ หรือน้ำมัน

                    ปั่นไฟฟ้า ซึ่งต้องมีความรู้ในการถนอมเครื่องมือเช่นแบตเตอร์รี่ให้ใช้ได้นาน

 

                    สำหรับการสอนวิทยาศาสตร์ได้วิธีสนับสนุนให้เด็กๆ เสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ที่นำความรู้จากชีวิตจริงมาใช้

                    หรือให้นักเรียนค้นคว้าและสัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบรรยายให้ชาวบ้านฟัง   เช่น  ศึกษาเรื่องโรคมาลาเรีย

                    การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ     โดยมีจุดมุ่งหมายให้เห็นว่าการใช้ชีวิตประจำวันเป็นตัวอย่างของวิชาวิทยาศาสตร์

                    อาทิ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เป็นต้น 

 

                    และเมื่อเห็นเด็กรุ่นใหม่ชอบหุ่นยนต์ก็ทดลองนำหุ่นยนต์มาเป็นสื่อการเรียนการสอนโดยโรงเรียนตำรวจตระเวน

                    ชายแดนหลายแห่งทำได้ดี เป็นการส่งเสริมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผสมความรู้ทางศิลปะ คือออกแบบหุ่นยนต์วิ่ง

                    แข่ง  หุ่นยนต์ชักคะเย่อ  หุ่นยนต์เก็บของ  หุ่นยนต์เขย่าหลอดทดลองโดยใส่แบตเตอร์รี่  และเวลาแข่งขันกันก็ให้

                    หาเหตุผลว่าทำไมคนนี้ชนะ คนนี้แพ้ ทำให้เด็กมีความคิดในการสร้างสรรค์ ออกแบบ และรักศิลปะ    เด็กเหล่านี้

                    เคยเดินทางไปประกวดที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และฮ่องกง ซึ่งได้รางวัลกลับมาด้วย               

             ๔.๘ การพัฒนาครู

                    มีการส่งเสริมให้ครูมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ โดยให้ครูบางคนเรียนต่อโดยไม่ต้องลาได้แก่ ครูตำรวจตระเวนชาย

                    แดน ครูสำนักงานการประถมศึกษา ครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม และครูการศึกษานอกโรงเรียน  โดยครูที่ยังไม่

                    จบปริญญาตรีเรียนปริญญาตรี จบปริญญาตรีแล้วเรียนปริญญาโท และในกรณีที่ไม่สามารถส่งไปเรียนต่อได้  ก็

                    ให้ครูที่ประสงค์จะเรียนไปที่สถานีรับส่งสัญญาณทางไกล ฟังจากแม่ข่ายสถาบันอุดมศึกษาหรือในวัง    

 

        ๕.  โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์

               เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับการศึกษาในระดับสูงตามศักยภาพของแต่ละคน   เพื่อกลับไปช่วย

               พัฒนาชุมชนของตนต่อไป โดยจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา การพัฒนาวิธีการบริหารโครงการ การเพิ่มศักยภาพ

               ด้านการศึกษา และการพัฒนาเครือข่ายการติดตามนักเรียนในพระราชานุเคราะห์

 

        ๖. โครงการฝึกอาชีพ

           แต่เดิมทีมุ่งฝึกอาชีพให้เด็กที่ไร้สัญชาติ ซึ่งเข้าเรียนต่อหรือทำงานต่อที่อื่นได้ยากมาก แต่สมัยนี้มีการผ่อนผันให้ผู้ที่

               เรียนหนังสือทำงานบางอย่างได้  โครงการฯ จึงเน้นการฝึกอาชีพให้เด็กที่ไม่ได้ศึกษาต่อตามปกติ แล้วสร้างพื้นฐาน

               งานอาชีพให้ กลุ่มแรกคือเด็กเล็กให้เรียนและฝึกงานศิลปศึกษา หัตถศึกษา โดยฝึกใช้กล้ามเนื้อทำงานละเอียด   ฝึก

               นิสัยรักการทำงานด้วยมือ งานศิลปะ ฝึกให้มีสมาธิ  ส่วนกลุ่มเด็กโตหรือศิษย์เก่าพยายามหาสิ่งที่นำมาใช้ได้ในชีวิต

              ประจำวันและเป็นงานที่หาเลี้ยงครอบครัวได้  โดยการอาชีวะจะหาวิชาชีพให้กับครู นักเรียน และศิษย์เก่า เช่น ซ่อม

               เครื่องยนต์ เดินสายไฟ ตัดผม งานเกษตร ทำอาหาร งานประดิษฐ์  ด้วยวัสดุท้องถิ่นเพื่อให้ขายได้  ปัจจุบันงานฝีมือ

               ของนักเรียนและแม่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงได้นำไปวางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า

 

        ๗.  โครงการส่งเสริมสหกรณ์

              กิจกรรมที่ส่งเสริมการสหกรณ์คือ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์ออมทรัพย์  ซึ่งเน้นการทำงาน

               ร่วมกันด้วยหลักประชาธิปไตย ที่จะต้องออกเสียง ไม่ใช่เผด็จการหรือเอาความคิดของตน   และต้องฝึกฝนการทำ

               บัญชีที่ถูกต้อง โดยได้จัดเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มาช่วยสอน  คณะกรรม

               การนักเรียนมีโอกาสไปดูงานสหกรณ์จริงๆและไปทัศนะศึกษา มีการประกวดจดบันทึกการประชุมสหกรณ์ด้วย

               ส่วนนักเรียนที่ทำงานด้านการเกษตรต้องทำบัญชีกิจกรรมหลายอย่างเพื่อขายผลผลิตเข้าสหกรณ์    เพื่อให้เห็นว่า

               การทำงานทุกอย่าง สิ่งที่ได้มาทุกอย่าง ต้องมีคนช่วยเหลือ มีคนจ่ายเงิน ไม่ใช่ได้มาฟรี และมีการออกแบบวิธีการ

               บัญชีให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลเข้าใจและเรียนรู้   ตัวเราเอง

               ก็จะรู้ด้วยว่าการลงทุนทำกิจรรมต่างๆ ใช้เงินเท่าไร  ต้องขายให้ได้เท่าไร  รายได้เท่าไร  คำนวณแล้วได้กำไรหรือ

               ขาดทุน หรือจะตั้งราคาที่เหมาะสมอย่างไร ควรแบ่งเก็บไว้ลงทุนต่อ หรือปันผลให้สมาชิก ตอบแทนให้กรรมการ

               เท่าไร เป็นต้น  

               เมื่อทำกิจกรรมสหกรณ์แล้วเด็กจะรู้จักการทำบัญชีฟาร์ม บัญชีครัวเรือน บัญชีส่วนตัว   แต่ก่อนทำบัญชีแบบเขียน

               ลงในกระดาษ แต่ปัจจุบันบางแห่งใช้ลงบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์ แต่ก็ยังตรวจสอบด้วยวิธีคำนวณด้วยมือแล้วลงบัญชี

               ด้วยสมุดอย่างเดิม การออมทรัพย์เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะช่วยให้มีการวางแผนชีวิตไม่ใช้จ่ายเกินตัว  เพื่อให้มี

               พอใช้ เมื่อจำเป็น เช่น ยามเจ็บไข้

 

        ๘.  โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

             เพื่อปลูกฝังให้เด็ก เยาวชนและประชาชนในพื้นที่     มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                เพราะในอดีตมีการตัดไม้ทำลายป่ามาก       และในปี ๒๕๕๐ นี้ก็เพิ่งเกิดปรากฏการณ์หมอกควันที่เป็นอันตรายต่อ

                สุขภาพคนในตอนเหนือของประเทศเนื่องจากการเผาป่า      จึงพยายามสอนให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องป่า น้ำ ดิน  โดยให้

                นักวิชาการที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสอน   จัดกิจกรรมปลูกป่า  กิจกรรมศึกษาพันธุ์กรรมพืชเช่นเดินในเส้นทางที่

                กำหนดแล้วให้เด็กจดบันทึกภาพ เขียนชื่อพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ โดยค้นจากหนังสือและอินเทอร์เน็ต     สอนใช้หญ้า

                แฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น เพราะเชื่อว่าเมื่อรู้จัก รัก และคุ้นเคยแล้ว ก็จะไม่ทำลาย  แล้วก็สอนให้อนุรักษ์

                วัฒนธรรมในคราวเดียวกัน เพราะวัฒนธรรมเป็นรากฐานของชีวิต นักเรียนทุกคนควรรู้ว่าท้องถิ่นของตนมีอะไรจะ

                ทำให้เกิดความภูมิใจ  และฝึกให้บันทึกไว้ว่าอะไรที่เป็นของมีคุณค่า  เป็นความคิดของมนุษย์  เป็นจิตวิญญาณของ

                บุคคล  ให้รวบรวมรักษาไว้ไม่ให้ทิ้งงานของชุมชน